08 กุมภาพันธ์ 2548
บทเรียนจากภาพสีน้ำ
หัชชา ศรีปลั่ง
8 กพ. 2548
เมื่อเดือนสิงหาคม ปีที่แล้ว ไปเรียนวาดภาพสีน้ำกับ อรรณพ ศรีสัจจา หรือ เป้ สีน้ำ
รูปนี้เป็นรูปที่วาดโดยนั่งเรือไปจอดอยู่ริมน้ำ ฝั่งตรงข้ามเป็นบ้านทรงไทย ครูเขาก็วาดบ้านทรงไทยนั้น บางคนก็วาดตาม แต่เนื่องจากเห็นว่ายากเกินไป เลยเลือกบ้านใกล้ๆ เป็นบ้านธรรมดาสองหลัง อยู่ในแมกไม้ อย่างน้อยคาดว่าภาพน่าจะออกมาพอดูได้ ไม่ดูเลวร้ายเิกินไป วาดได้สักชั่วโมงนึงก็ไม่ไหวแล้ว เมื่อยหลัง เพราะต้องนั่งวาดกับพื้น เอาไปให้ครูเป้ดู ครูเลยแต่งเพิ่มให้อีก ก็เลยดูดีอย่างที่เห็น ไม่งั้นคงดูไม่ค่อยได้
บทเรียนที่ได้ ครูเป้ัก็ยืนยันในสิ่งที่ผมเองเคยบอกคนอื่นอยู่เป็นบางครั้ง คือ คนดูไม่รู้หรอกว่าจริงๆ ตรงนั้นมันมีอะไร สีจริงๆ เ้ป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นวาดอย่างไรก็ไม่มีถูกหรือผิด มันอยู่ที่เราจะทำอย่างไรให้ภาพสวยมากกว่า ใช้ทฤษฎีเป็นวิธีการ แต่วาดด้วยจินตนาการ เน้นที่ความสวยงามของภาพ มากกว่าความเหมือนจริง ครูจะเน้นว่าอย่าพยายามวาดรายละเอียด แค่หรี่ตามอง เห็นแค่ไหนก็วาดแค่นั้น แล้วก็มักจะพูดว่า เห็นมั้ย สีแดง ไม่ต้องกลัว ใส่เข้าไปเถอะ ทั้งที่เราดูอย่างไรก็ไม่เห็นจะแดง แต่พอเราใช้จินตนาการมอง เอ้อ ก็จริงของครูแฮะ ตรงนั้นมันแดงจริงๆ ถ้าลองกลับไปดูที่ภาพ สีแดงๆ ที่เห็นนั่น ครูเป้ใส่เข้าไปทั้งนั้น แล้วมันก็ดูดีจริงๆ แต่นั่นแหละครับ ไม่ใช่ใส่พร่ำเพรื่อ ต้องมองให้เห็นว่ามันแดงจริงๆ เสียก่อนจึงใส่ลงไป
ในการทำงานอื่นๆ ก็เหมือนกัน บางทีเราไปจับรายละเอียดมากเกินไป โดยลืมดูภาพรวมของเรื่องที่จะทำ สุดท้าย งานก็เยอะไปหมด แล้วผลงานออกมายังไม่สวยอีกต่างหาก ไม่เข้าตากรรมการ บางทีเราก็ต้องลบส่วนที่ไม่จำเป็น หรือเป็นผลเสียต่อภาพรวมออกบ้าง แล้วเติมสีสันในบางส่วนเพิ่มขึ้น ให้งานทั้งหมดมันกลมกลืนกัน และดูดี มันไม่ใช่การบิดเบือน แต่เป็นศิลปะของการสร้างสรรค์งาน ทำให้ง่ายเพื่อนำำไปใช้ได้ตามวัตถุประสงค์ เก็บภาพหลักๆ ให้ครบถ้วน แต่ไม่รกรุงรังจนสับสน และที่สำคัญ ยังต้องดูดีด้วย
8 กพ. 2548
เมื่อเดือนสิงหาคม ปีที่แล้ว ไปเรียนวาดภาพสีน้ำกับ อรรณพ ศรีสัจจา หรือ เป้ สีน้ำ
รูปนี้เป็นรูปที่วาดโดยนั่งเรือไปจอดอยู่ริมน้ำ ฝั่งตรงข้ามเป็นบ้านทรงไทย ครูเขาก็วาดบ้านทรงไทยนั้น บางคนก็วาดตาม แต่เนื่องจากเห็นว่ายากเกินไป เลยเลือกบ้านใกล้ๆ เป็นบ้านธรรมดาสองหลัง อยู่ในแมกไม้ อย่างน้อยคาดว่าภาพน่าจะออกมาพอดูได้ ไม่ดูเลวร้ายเิกินไป วาดได้สักชั่วโมงนึงก็ไม่ไหวแล้ว เมื่อยหลัง เพราะต้องนั่งวาดกับพื้น เอาไปให้ครูเป้ดู ครูเลยแต่งเพิ่มให้อีก ก็เลยดูดีอย่างที่เห็น ไม่งั้นคงดูไม่ค่อยได้
บทเรียนที่ได้ ครูเป้ัก็ยืนยันในสิ่งที่ผมเองเคยบอกคนอื่นอยู่เป็นบางครั้ง คือ คนดูไม่รู้หรอกว่าจริงๆ ตรงนั้นมันมีอะไร สีจริงๆ เ้ป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นวาดอย่างไรก็ไม่มีถูกหรือผิด มันอยู่ที่เราจะทำอย่างไรให้ภาพสวยมากกว่า ใช้ทฤษฎีเป็นวิธีการ แต่วาดด้วยจินตนาการ เน้นที่ความสวยงามของภาพ มากกว่าความเหมือนจริง ครูจะเน้นว่าอย่าพยายามวาดรายละเอียด แค่หรี่ตามอง เห็นแค่ไหนก็วาดแค่นั้น แล้วก็มักจะพูดว่า เห็นมั้ย สีแดง ไม่ต้องกลัว ใส่เข้าไปเถอะ ทั้งที่เราดูอย่างไรก็ไม่เห็นจะแดง แต่พอเราใช้จินตนาการมอง เอ้อ ก็จริงของครูแฮะ ตรงนั้นมันแดงจริงๆ ถ้าลองกลับไปดูที่ภาพ สีแดงๆ ที่เห็นนั่น ครูเป้ใส่เข้าไปทั้งนั้น แล้วมันก็ดูดีจริงๆ แต่นั่นแหละครับ ไม่ใช่ใส่พร่ำเพรื่อ ต้องมองให้เห็นว่ามันแดงจริงๆ เสียก่อนจึงใส่ลงไป
ในการทำงานอื่นๆ ก็เหมือนกัน บางทีเราไปจับรายละเอียดมากเกินไป โดยลืมดูภาพรวมของเรื่องที่จะทำ สุดท้าย งานก็เยอะไปหมด แล้วผลงานออกมายังไม่สวยอีกต่างหาก ไม่เข้าตากรรมการ บางทีเราก็ต้องลบส่วนที่ไม่จำเป็น หรือเป็นผลเสียต่อภาพรวมออกบ้าง แล้วเติมสีสันในบางส่วนเพิ่มขึ้น ให้งานทั้งหมดมันกลมกลืนกัน และดูดี มันไม่ใช่การบิดเบือน แต่เป็นศิลปะของการสร้างสรรค์งาน ทำให้ง่ายเพื่อนำำไปใช้ได้ตามวัตถุประสงค์ เก็บภาพหลักๆ ให้ครบถ้วน แต่ไม่รกรุงรังจนสับสน และที่สำคัญ ยังต้องดูดีด้วย